องค ความร จากการแลกเปล ยนเร ยนร เร อง การเร ยนร เช งร ก 1 เทคน คว ธ สอนท เน นการเร ยนร เช งร ก (Active Learning) ความส าค ญ/สภาพป ญหา พ นธก จท ส าค ญท ส ดของสถาบ นการศ กษา ค อการผล ตบ ณฑ ตหร อการจ ดก จกรรมการเร ยนการสอน ให ผ เร ยนม ความร ในว ชาการและว ชาช พ ม ค ณล กษณะตามหล กส ตรก าหนด กระบวนการจ ดการเร ยนการสอนต อง เป นไปตามแนวทางท ก าหนดในพระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต พ.ศ. 2542 แก ไขเพ มเต ม (ฉบ บท 2 ) พ.ศ. 2545 ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ ม การจ ดร ปแบบการเร ยนการสอนท เหมาะสมและย ดหย นโดยการม ส วนร วมจาก บ คคล สถาบ นหร อช มชนภายนอก ม การจ ดกระบวนการเร ยนร ท ค าน งถ งความแตกต างเฉพาะต วของน กศ กษา ซ งเป นเร องท ส าค ญมากต อความสนใจใฝ ร และต อศ กยภาพในการแสวงหาความร ของน กศ กษา เช น การเป ดโอกาส ให น กศ กษาได ค นคว าว จ ยโดยอ สระในร ปโครงการว จ ยส วนบ คคล การจ ดให ม ช วโมงเร ยนในภาคปฏ บ ต ใน ห องปฏ บ ต การ รวมท งม การฝ กประสบการณ ภาคสนามอย างพอเพ ยง ม การจ ดส มมนา เป นต น มหาว ทยาล ยเกษมบ ณฑ ตเป นสถาบ นการศ กษาระด บอ ดมศ กษา ได ม การพ ฒนาระบบและกลไกการ จ ดการเร ยนการสอนท ม ความย ดหย นและหลากหลาย สามารถตอบสนองความต องการและความถน ดของผ เร ยน ยอมร บความสามารถท แตกต าง และว ธ การเร ยนร ท หลากหลายของผ เร ยน เน นให ผ เร ยนม ส วนร วมในการเร ยน ออกแบบว ธ การเร ยนการสอนท เน นการค ดว เคราะห การม ท กษะในการเร ยนร และแสวงหาความร รวมท งการสร าง หร อพ ฒนาความร ใหม ๆ ด วยตนเอง โดยผ สอนม บทบาทในการกระต นให ผ เร ยนเก ดการค ดว เคราะห และลงม อ ปฏ บ ต จร ง ช แนะแหล งข อม ลความร จ ดการเร ยนการสอนและอ านวยความสะดวกในการเร ยนร ในร ปแบบหน ง ค อ การจ ดการเร ยนร เช งร ก (Active learning) เพ อให ผ เร ยนเก ดส มฤทธ ผลในการเร ยนร การแลกเปล ยนเร ยนร ผ ร วมแลกเปล ยนเร ยนร ได ร วมอภ ปรายในประเด นต อไปน 1. ความหมายของการเร ยนเช งร ก 2. หล กการของการจ ดการเร ยนร เช งร ก 3. ล กษณะการเร ยนร เช งร ก 4. บทบาทของผ เร ยนและผ สอน 5. กลย ทธ การสอน 1. ความหมายของการเร ยนเช งร ก การเร ยนเช งร ก (Active Learning) ค อ การเร ยนท เน นให ผ เร ยนม ปฏ ส มพ นธ ก บการเร ยนการสอน กระต นให ผ เร ยนเก ดกระบวนการค ดข นส ง (Higher-Order Thinking) ด วยการว เคราะห ส งเคราะห และประเม น ค า ไม เพ ยงแต ฟ ง ผ เร ยนต องอ าน เข ยน ถามค าถาม อภ ปรายร วมก นและลงม อปฏ บ ต จร ง โดยต องค าน งถ ง ความร เด มและความต องการของผ เร ยนเป นส าค ญ ท งน ผ เร ยนจะถ กเปล ยนบทบาทจากผ ร บความร ไปส การม ส วนร วมในการสร างความร
องค ความร จากการแลกเปล ยนเร ยนร เร อง การเร ยนร เช งร ก 2 2. หล กการของการจ ดการเร ยนร เช งร ก 2.1 ผ สอนควรทราบว าผ เร ยนม ความถน ดท แตกต างก นและควรทราบความร พ นฐานของผ เร ยน 2.2 ผ สอนควรสร างบรรยากาศในการเร ยนให ผ เร ยนกล าพ ด กล าตอบและม ความส ขท กการเร ยนร 3. ล กษณะของการเร ยนเช งร ก 3.1 เป นการพ ฒนาศ กยภาพการค ด การแก ป ญหา และการน าความร ไปประย กต ใช 3.2 เป ดโอกาสให ผ เร ยนม ส วนร วมในกระบวนการเร ยนร ส งส ด 3.3 ผ เร ยนม ส วนร วมในการจ ดระบบการเร ยนร และสร างองค ความร โดยม ปฎ ส มพ นธ ร วมก นในร ปแบบ ของความร วมม อมากกว าการแข งข น 3.4 ผ เร ยนได เร ยนร ความม ว น ยในการท างาน การแบ งหน าท ความร บผ ดชอบร วมก น 3.5 เป นก จกรรมท เป ดโอกาสให ผ เร ยนบ รณาการข อม ล ข าวสาร สารสนเทศส ท กษะการค ดว เคราะห ส งเคราะห และประเม นค า 3.6 ผ สอนเป นผ อ านวยความสะดวกในการจ ดการเร ยนร เพ อให ผ เร ยนเป นผ ปฏ บ ต ด วยตนเอง 3.7 ความร เก ดจากประสบการณ การสร างองค ความร และการสร ปทบทวนของผ เร ยน 4. บทบาทของผ สอนและผ เร ยน 4.1 บทบาทของผ สอน 1. จ ดให ผ เร ยนเป นศ นย กลางของการเร ยนการสอน ก จกรรมต องสะท อนความต องการในการ พ ฒนาผ เร ยนและเน นการน าไปใช ประโยชน ในช ว ตจร งของผ เร ยน 2. สร างบรรยากาศของการม ส วนร วมท ส งเสร มให ผ เร ยนม ปฏ ส มพ นธ ท ด ก บผ สอนและเพ อนในช นเร ยน 3. จ ดสภาพการเร ยนร ให ม ว ธ การสอนท หลาก ก จกรรมการเร ยนการสอนท ท าทาย ส งเสร มให ผ เร ยน ม ส วนร วม กระต นให ผ เร ยนประสบความส าเร จในการเร ยนร 4. ผ สอนต องใจกว าง ยอมร บในความสามารถ การแสดงออกและความค ดเห นของผ เร ยน 4.2 บทบาทของผ เร ยน 1. ม ปฏ ส มพ นธ ร วมม อก บเพ อนในการส บค นหาค าตอบ ด วยการร วมอภ ปราย ร วมแลกเปล ยน เร ยนร สร ปข อความร และร วมน าเสนอ 2. สร างความร และท าความเข าใจ ผ านการค ดว เคราะห ส งเคราะห และสร ปข อความร ท ได ด วย ตนเอง
องค ความร จากการแลกเปล ยนเร ยนร เร อง การเร ยนร เช งร ก 3 5. เทคน ค/ว ธ การสอนแบบการเร ยนเช งร ก การจ ดการเร ยนร แบบ Active learning สามารถสร างให เก ดข นได ท งในและนอกห องเร ยน รวมท ง สามารถใช ได ก บผ เร ยนท กระด บท งการเร ยนร เป นรายบ คคล การเร ยนร แบบกล มเล ก การเร ยนร แบบกล มใหญ การเร ยนเช งร ก ม ว ธ การสอนท หลากหลาย การเล อกใช ว ธ การสอนแบบใดข นอย ก บล กษณะของเน อหาว ชา บ คล ก ของผ สอน บ คล กของผ เร ยน รวมท งสภาพแวดล อม จากการแลกเปล ยนเร ยนร ของอาจารย มหาว ทยาล ย เกษมบ ณฑ ต ใช ว ธ การสอนแบบการเร ยนเช งร กท งรายว ชา เฉพาะบางห วข อ บางรายว ชาใช ว ธ การสอนแบบการ เร ยนเช งร กหลากหลายแบบผสมผสานก น บางรายว ชาใช ว ธ การสอนแบบเด ยว ในคณะสถาป ตยกรรมศาสตร ได ม ความค ดเห นร วมก น KM ได พบว าผ เร ยนม ล กษณะท เด นของคณะในด านของการจ ดก จกรรมการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญพอสร ปได ด งน 1. การจ ดการเร ยนร แบบ Active learning เป นก จกรรมการสอนท ผ สอนน ามาบร ณาการ เป นท เหมาะสมก บก จกรรมท ผ เร ยนได ร บประโยชน ส งส ด เป นก จกรรมท ผ เร ยนเป นผ กระท า (ลงม อปฏ บ ต ด วยตนเอง) ด วยความกระต อร อร น เช น ได ค ด เป นกระบวนการและข นตอน และได ม การค นคว า ทดลองท าโครงการ ส มภาษณ แก ป ญหาเองได ในบางคร งได ก ตาม ฯลฯ และได ใช ประสาทส มผ สต าง ๆ ท าให เก ดการเร ยนร ด วยตนเอง อย างแท จร ง ผ สอนท าหน าท เตร ยมการจ ด บรรยากาศการเร ยนร จ ดส อส งเร าเสร มแรงให ค าปร กษาและสร ปสาระ การเร ยนร ร วมก น 2. ในรายว ชาท เก ยวก บการปฏ บ ต ได เก ดแลกเปล ยนเร ยนร และลงม อปฏ บ ต ได จร ง ท าให เก ดท กษะใน การแสวงหาความร เห นความส าค ญของการเร ยนร และ ผ เร ยนได เร ยนอย างม ความส ข เป นความส ข 3. ท าให ผ เร ยนเป นคนกล าค ด กล าต ดส นใจ แก ป ญหาเป น ค ดอย างรอบคอบม เหต ผล ม ว จารณญาณ ในการค ด ม ความค ดสร างสรรค ม ความสามารถในการค ดว เคราะห ท ข อม ลในการสร างงานต าง ๆ ได อย าง เหมาะสม ตลอดจนสามารถแสดงความค ด แสดงออกการเป นผ น าและผ ตาม เห นออกได อย างช ดเจนและม เหต ผลอ นเป นประโยชน ต อการด ารงช ว ตประจ าว น สร ปว ธ ท อาจารย ใช ในการจ ดก จกรรมการเร ยนการสอนแบบการเร ยนเช งร ก ได แสดงถ งการออกแบบ ว ธ การสอนท เหมาสมก บผ เร ยนเพ อให เก ดประโยชน ส งส ดได ด งน
องค ความร จากการแลกเปล ยนเร ยนร เร อง การเร ยนร เช งร ก 4 การจ ดก จกรรมการเร ยนการสอนแบบการเร ยนเช งร ก 1. การสอนแบบโครงงาน - ให ค าแนะน า - ตรวจ ประเม นผล - สร ปความร - ต วอย างผลงานของร นพ - ใบงาน 2. บทบาทสมมต - ก าหนดสถานการณ สมมต - กระต นให ผ เร ยน ใช กระบวนการค ด ว เคราะห - ผ เร ยนศ กษาหาความร ด วยตนเองระหว าง การท าโครงงาน - ผ เร ยนเร ยนร จากการ น าเสนองานของเพ อน - ผ เร ยนผ สอนร วมก น สร ปความร ท ได เร ยนร - ผ เร ยนผ สอนร วมก น สร ปความร ท ได เร ยนร - ผ สอนมอบหมายงาน พร อมเกณฑ การ ประเม นผลโครงการ - ผ เร ยนน าเสนอโครงร าง โครงการต อผ สอนเป น ระยะเพ อรายงาน ความก าวหน าของ โครงการ - ผ เร ยนน าเสนอผลงาน ในช นเร ยน - ผ สอนค ดเล อกผลงานท โดดเด นส งเข าประกวด - ผ สอนเตร ยมบทบาท สมมต - ผ สอนให ผ เร ยนแสดง บทบาทตามท ได ร บ มอบหมาย - ผ สอนต งค าถามให ผ เร ยนค ดว เคราะห - ประเม นจากกระบวนการ ค ดสร างสรรค และผลงาน ท สะท อนถ งความเข าใจ เน อหา - กระบวนการค ดว เคราะห และผลงาน - สถานการณ สมมต
องค ความร จากการแลกเปล ยนเร ยนร เร อง การเร ยนร เช งร ก 5 การจ ดก จกรรมการเร ยนการสอนแบบการเร ยนเช งร ก (ต อ) 3. การสอนแบบใช ป ญหา เป นฐาน - ให ค าแนะน าและ ด าเน นการสอนตาม หล กการ - อ านวยความสะดวก ในการเร ยนร - ผ เร ยนค ดว เคราะห ค นหาค าตอบร วมก บ กล มเพ อน - ผ เร ยนและผ สอน ร วมก นสร ปเน อหา - การก าหนดป ญหาจาก สถานการณ ท เก ยวข อง ก บเน อหาท เร ยน - กระต นให ผ เร ยน ว เคราะห /วางแผน ก าหนดว ธ แก ป ญหา ด วยตนเอง โดยใช กระบวนการว จ ย - ผ เร ยนลงม อปฏ บ ต แก ป ญหาตามว ธ การท เล อก - ผ สอนคอยส งเกต ให ค าแนะน าแก ผ เร ยน ขณะลงม อแก ป ญหา - ผ สอนและผ เร ยน ร วมก นสร ปผลการ แก ป ญหาและ แลกเปล ยนเร ยนร ถ งส ง ท ได จากการลงม อ แก ป ญหา - ข อสร ปจากการแก ป ญหา ของผ เร ยน ตามแนวค ดท ต องการให เร ยนร - ประเด นป ญหา/ สถานการณ ป ญหา - เน อหา/บทเร ยนท จะสอน
องค ความร จากการแลกเปล ยนเร ยนร เร อง การเร ยนร เช งร ก 6 การจ ดก จกรรมการเร ยนการสอนแบบการเร ยนเช งร ก (ต อ) 4. กรณ ศ กษา - ผ สอนน าเสนอ กรณ ศ กษา - ด แลให ค าแนะน าใน การท าก จกรรมของ ผ เร ยน - ผ เร ยนอภ ปรายและ สร ปค าตอบร วมก น - ผ สอนเตร ยมกรณ ศ กษา - แบ งกล มผ เร ยนให ร วมก นหาค าตอบ - ผ เร ยนน าเสนองานหน า ช นเร ยน - ผ เร ยนร วมอภ ปราย แสดงความค ดเห น - กระบวนการค ดว เคราะห และค าตอบตามหล ก ว ชาการ - กรณ ศ กษา 5. การเร ยนร จากสภาพ การจร ง - ผ สอนเสนอ ประเด น/โจทย - ประเม นและต ดตาม ความก าวหน าของ โครงงานตามล าด บ ข นตอน - ผ เร ยน เร ยนร จากการ ค นคว าข อม ลและ กระบวนการ แลกเปล ยนในช นเร ยน - ผ สอนสร างแรงจ งใจ/ช ให ผ เร ยนทราบ เป าหมายของการเร ยน - ผ สอนมอบหมายกรอบ ความร ท จะให ผ เร ยน ศ กษาค นคว าตามความ สนใจและความถน ด ของผ เร ยน - ผ เร ยนศ กษาค นคว า ข อม ลตามความสนใจ และความถน ดของ ตนเองจากแหล งข อม ล ต างๆ เช น อ นเตอร เน ท หน งส อ ส มภาษณ
องค ความร จากการแลกเปล ยนเร ยนร เร อง การเร ยนร เช งร ก 7 การจ ดก จกรรมการเร ยนการสอนแบบการเร ยนเช งร ก (ต อ) 5. การเร ยนร จากสภาพการ จร ง (ต อ) 6. การระดมพล งสมอง - น าเสนอประเด น ป ญหา - ด แลให ค าแนะน าใน การท าก จกรรมของ ผ เร ยน - ผ เร ยนอภ ปรายและ สร ปค าตอบร วมก น จากสถานท จร ง ตาม ประเด นกรอบความร ท ผ สอนก าหนด - ผ สอนต ดตามความ ก าวหน าการท างานของ ผ เร ยนเป นระยะ - ผ เร ยนเสนอผลงานหน า ช นเพ อแลกเปล ยน เร ยนร ระหว างกล ม - ผ สอนประเม นผลงาน ของผ เร ยนตาม มาตรฐานผลการเร ยนร ท ก าหนดไว - ผ สอนน าเสนอประเด น ป ญหาท เร าให ผ เร ยน เก ดการค ด - ผ สอนกระต นให ผ เร ยน ตอบค าถามอย าง หลากหลาย - ประเม นจากการ สร างสรรค ผลงานโดยใช เกณฑ การประเม นท ได แจ งให ผ เร ยนทราบ ล วงหน า - กระบวนการค ดว เคราะห และค าตอบตามหล ก ว ชาการ - ใบงาน - ว ด ท ศน /เอกสารท เก ยวก บแนวค ดหล กท ต องการให เก ดการเร ยนร - โจทย /ประเด นป ญหา
องค ความร จากการแลกเปล ยนเร ยนร เร อง การเร ยนร เช งร ก 8 การจ ดก จกรรมการเร ยนการสอนแบบการเร ยนเช งร ก (ต อ) 6. การระดมพล งสมอง (ต อ) - ผ สอนให ผ เร ยนร วมก น อภ ปรายหร อค นคว า เพ มเต ม เพ อหาค าตอบ ท เป นไปได มากท ส ด - ผ สอนให ผ เร ยนช วยก น เล อกค าตอบท ด ท ส ด - ผ สอนให ผ เร ยนสร ป ค าตอบท เด นช ดท ส ด หล กส าค ญของการสอนแบบการเร ยนเช งร กค อ **ผ สอน สอนให น อย เป ดใจให กว าง เป ดโอกาสให ผ เร ยน เร ยนร ด วยตนเองให มาก** อ างอ ง http://active-learning.wu.ac.th http://www. scbfoundation.com